Skip to main content
  1. หน้าแรก
  2. /
  3. เกี่ยวกับเรา
  4. /
  5. โครงการพัฒนาต่างๆ

“หากเราให้ปลาใคร เขาจะอิ่มท้องไปหนึ่งมื้อ
หากสอนเขาจับปลา เขาจะอิ่มท้องไปทั้งชีวิต"


อ็อกแฟมเป็นที่รู้จักในฐานะผู้บุกเบิกงานพัฒนาที่ยั่งยืน และสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ผู้คนผลักดันตนเองให้พ้นจากความยากจน รวมทั้งพัฒนาความเป็นอยู่ของชุมชนให้ดีขึ้น

งานของเราคือการสนับสนุนให้คนพึ่งพาตนเองมากกว่าผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาของเยาวชน ไปจนถึงการดูแลสุขภาพแม่และเด็ก การเกษตรยั่งยืนรูปแบบใหม่ๆ และโครงการกู้ยืมเงินเพื่อธุรกิจขนาดย่อย

ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมากว่า 65 ปี ทำให้อ็อกแฟมเป็นหนึ่งในองค์กรด้านการพัฒนาเพื่อลดความยากจนองค์กรหนึ่งที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

ชีวิตที่เปลี่ยนไป
ธุรกิจจัดหาแหล่งน้ำสะอาด ปลอดภัย เพื่อสุขภาพที่ดี

ที่กัมพูชามีเพียง 1 ใน 3 ของประชากรที่สามารถเข้าถึงน้ำดื่มที่สะอาด ปลอดภัย ในขณะที่คนกว่า 10 ล้านยังต้องพึ่งพาน้ำดื่มน้ำใช้จากบ่อน้ำและสระน้ำที่ปนเปื้อน และเป็นแหล่งของเชื้อโรคที่ทำให้ผู้คนป่วยเป็นโรคต่างๆ เช่น ท้องร่วง ไข้รากสาดน้อยฯลฯ

อ็อกแฟมได้ดำเนินการจัดตั้งรัฐวิสาหกิจเพื่อความยั่งยืนร่วมกับชุมชนในรูปแบบของสถานีจ่ายน้ำ สถานีเหล่านี้ช่วยกรองน้ำให้สะอาด ปลอดภัยจนเหมาะสมต่อการบริโภค พร้อมทั้งยังส่ง 'อาสาสมัครสุขภาพประจำหมู่บ้าน' ไปให้ความรู้ผ่านทางสถานีวิทยุท้องถิ่น พบปะกับกลุ่มต่างๆ และเยี่ยมเยียนชาวบ้านโดยตรงที่บ้านเพื่อช่วยรณรงค์การปฏิบัติตนเพื่อสุขอนามัยที่ดี

Rosnaning: Survivor turned Thriver
โรสนานิงจากผู้สูญเสียมาเป็นเสาหลักของครอบครัว

หลังจากต้องสูญเสียสามีไปในความขัดแย้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  โรสนานิงได้เข้าร่วมโครงการกับอ็อกแฟม ปัจจุบันเธอเป็นสมาชิกกลุ่มสตรีผู้ผลิตข้าวเกรียบปลาเพื่อส่งจำหน่ายตลาดในพื้นที่  และมีรายได้พอเพียงต่อการดูแลครอบครัว

“ตอนนั้นเราลำบากกันมาก แต่ถึงเราจะเหนื่อยแค่ไหน เราก็ต้องหาทางไปต่อให้ได้ เพราะเรายังต้องดูแลลูกๆสองคน ที่กลุ่มของเรารอดมาได้จนทุกวันนี้ก็เพราะแรงสนับสนุนจากอ็อกแฟม"

โครงการนี้ช่วยสตรีม่ายได้กว่า 1,000 คน โดยการเข้าไปอบรมเรื่องการทำธุรกิจขนาดเล็กและสนับสนุนสินเชื่อเพื่อจัดซื้อวัตถุดิบต่างๆสำหรับสินค้าอาหาร เช่น ปลา น้ำตาล น้ำมัน และวัสดุสำหรับสินค้างานฝีมือต่างๆ โดยสินเชื่อที่ได้รับจ่ายคืนนั้นนำไปจุนเจือสตรีรายอื่นๆให้ได้รับความช่วยเหลือจากโครงการนี้ในวงกว้างยิ่งขึ้น

มาช่วยกันบริจาคให้โครงการนี้กันเถอะ เพราะนอกจากโรสนานิงแล้ว ยังมีสตรีอีกมากที่รอการสนับสนุนจากคุณ

Noograi Snagsri
ช่วยเหลือชาวนาทุ่งกุลาร้องไห้

แม่หนูไกร เป็นชาวนาในจังหวัดยโสธร ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่ขึ้นชื่อเรื่องการปลูกข้าวหอมมะลิ ทว่าสภาวะอากาศที่แปรปรวนในปัจจุบันได้ส่งผลอย่างมากต่อนาข้าวซึ่งยังต้องพึ่งลมฟ้า เมื่อฝนไม่เป็นใจ ทุ่งข้าวก็ยืนต้นแห้งตายกลางแสงแดดจ้า

แม่หนูไกร เป็นชาวนาหนึ่งใน 57 รายที่อ็อกแฟมได้ให้ความสนับสนุนเมื่อปี พ.ศ.2556 โดยแนะนำวิธีการทดน้ำ ปลูกพืชหมุนเวียน และสอนให้เรียนรู้วิธีรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวน ปัจจุบันเกษตรกรกลุ่มนี้ยังได้ช่วยสอนเกษตรกรคนอื่นๆให้รู้จักวิธีรับมือกับสภาพอากาศแปรปรวน วิธีการปลูกพืชเกษตรอินทรีย์เพื่อความยั่งยืน และปลูกฝังให้ชาวนามั่นใจว่าจะปลูกพืชผักได้เพียงพอทั้งเพื่อบริโภคในครัวเรือนและจำหน่าย

เรื่องเล่าจากทิก้า Tika พลังขับเคลื่อนเพื่อการพัฒนา

ผู้หญิงมีพลังที่ยิ่งใหญ่ในการเปลี่ยนแปลงโลกให้น่าอยู่ขึ้น ทว่าหลายครั้งที่ผู้หญิงกลับถูกละเลย ไม่สามารถเข้าถึงโอกาสตัดสินใจในเรื่องที่ส่งผลต่อสังคมโดยรวม หรือแม้กระทั่งต่อชีวิตของพวกเธอเอง

อ็อกแฟมสนับสนุนให้ผู้หญิงเข้ามามีบทบาทสำคัญในแต่ละโครงการในชุมชน และมีอำนาจตัดสินใจในสถานการณ์ต่างๆที่ส่งผลต่อชีวิตของเธอ

“ที่ผ่านมา เวลาเจอคนแปลกหน้า ฉันก็จะพยายามแอบๆ ไม่ทำตัวเป็นจุดเด่น..  ทุกวันนี้ฉันกลายเป็นคนใหม่ เป็นผู้หญิงที่กล้าแสดงออก" ทิก้า บอกกับเรา

ทิก้าเป็นหนึ่งในกลุ่มสตรีที่ได้ผันตัวเองให้เข้าไปมีส่วนร่วมในชุมชน กลายเป็นผู้ที่ชุมชนต่างก็ให้ความนับถือ ทั้งยังมีส่วนร่วมผลักดันให้ผู้หญิงลุกขึ้นมามองบทบาทของตัวเองในมุมมองใหม่

อาหารสมองที่กัมพูชา

ชาวนา 140,000 คนในกัมพูชาสามารถเพิ่มผลผลิตได้ถึงสามเท่า เมื่อได้รับเทคนิคการปลูกข้าวแบบใหม่ และเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการพัฒนาจากอ็อกแฟม แทนที่การหว่านข้าวเป็นหย่อมๆ ก็ปลูกแยกกันเป็นต้นเดี่ยวๆ ผลลัพธ์จากวิธีการนี้บวกกับการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ชั้นดีทำให้เก็บเกี่ยวข้าวได้มากกว่าวิธีดั้งเดิมเกือบสามเท่า

และเมื่อลดค่าใช้จ่ายลง โดยเหลือเพียง  70% ของต้นทุนเดิม ชาวนาก็ยังสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เพิ่มขึ้นถึงสองเท่า โสเภียบ (Sopheap) เป็นหนึ่งในกลุ่มเกษตรกรที่เห็นผลนี้ด้วยตนเอง

“เดี๋ยวนี้ เรามีข้าวกินสองสามมื้อทุกวัน ดีใจที่มีเงินส่งเสียลูกเรียน ได้เห็นลูกตั้งใจเรียนหนังสือ เขาจะได้มีอนาคตที่ดีในวันข้างหน้า"

แค่ปรับเพียงนิด ก็เปลี่ยนชีวิต คาลปาน่า Kalpana) ได้!

เพียงการปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย คาลปาน่า โอลิ (Kalpana Oli) ไม่ต้องดิ้นรนหาเงินค่าเสื้อผ้าและค่าเทอมลูก และ เลี้ยงปากท้องคนในครอบครัวอีกแล้ว

หลังจากที่คาลปาน่าได้เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมของอ็อกแฟมกับองค์กรเอกชนท้องถิ่น เพื่อเรียนรู้การปลูกผักให้ได้ผลผลิตสูง และเข้าเป็นสมาชิกสหกรณ์ รายได้ของเธอก็มากขึ้นจนพอเพียงต่อการดูแลตัวเองและครอบครัวได้

“แต่ก่อน ผักที่เราปลูก คุณภาพไม่สู้ดี.. ตอนนี้เราเลือกปลูกแต่ผักคุณภาพดี ทำให้ได้ผลผลิตคุณภาพสูง ขายได้ราคาดี ปึๆนึงเคยขายผักได้แค่ 5,000 รูปี เดี๋ยวนี้เราปลูกเมล็ดพันธุ์เชิงพาณิชย์อย่างหัวไชเท้า ปีๆนึงมีรายได้ถึง 30,000 รูปีจากที่ดินเดิม ถือเป็นพัฒนาการก้าวกระโดด เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จมากจริงๆ"

พริกช่วยลูก เรื่องเล่าของจอยกัน (Joygun)

ในบังกลาเทศ ชุมชนหลายแห่งต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความเสี่ยงต่ออุทกภัย ซึ่งส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและรายได้

เพื่อรับมือกับผลกระทบจากสภาพอากาศแปรปรวน อ็อกแฟมได้ฝึกอบรมชุมชนเหล่านี้ให้เตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น แนะให้ชาวบ้านเก็บเกี่ยวและขายผลผลิตเพื่อให้มีรายได้ไปจุนเจือครอบครัวผลผลิตที่ว่าก็คือพริกซึ่งยกระดับชีวิตชาวบ้านชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ

ทุกวันนี้จอยกันมองเห็นอนาคตที่สดใสสำหรับครอบครัวของเธอ  ตอนนี้เธอสามารถ ดูแลครอบครัวและส่งเสียลูกให้เรียนหนังสือได้แล้ว
 

โทรศัพท์ชมพูเปลี่ยนชีวิตชุม คอร์ (Chum Kor)

โทรศัพท์สีชมพูของชุม คอร์ เป็นเครื่องหมายของราคาผลผลิตที่สูงขึ้น  นั่นแปลว่า อนาคตที่สดใสของเธอและครอบครัวจะไม่ไกลเกินเอื้อม 

ชุมชนหลายแห่งในกัมพูชาได้พัฒนาขึ้นมาอย่างมากจากการที่ชาวไร่ชาวนาใช้โทรศัพท์มือถือ เพราะเมื่อพวกเขาสามารถตรวจสอบข้อมูลสภาพดินฟ้าอากาศ  และเข้าถึงข้อมูลต่างๆจากโทรศัพท์ ก็ทำให้พวกเขาตัดสินใจได้ว่าควรจะปลูกอะไร ขายในราคาเท่าไหร่

เท่ากับว่าเกษตรกรปลูกพืชผักได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นำไปขายได้ในราคาดีขึ้น ทำให้พวกเขามีเงินไปซื้อหาอาหาร ยารักษาโรค จ่ายค่าเล่าเรียนให้กับลูกหลาน